บทความวิจัยอาจต้องตรวจทั้ง grammar, citation, reference และรูปแบบหน้า แต่แต่ละส่วนมีคำถามคนละแบบ การรับตรวจภาษาอังกฤษงานวิจัยจึงควรระบุว่าต้องการให้ตรวจภาษาอย่างเดียว ตรวจความสม่ำเสมอของการอ้างอิง หรือจัดรูปแบบตามคู่มือวารสารเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ผู้เขียนคาดหวังขอบเขตเกินจากที่ตกลง
แยกงานสามส่วนก่อนส่งต้นฉบับ
- Language proofreading ตรวจ grammar, spelling, punctuation, word choice และความสม่ำเสมอของภาษาในบริบท
- Citation and reference check ตรวจว่ารูปแบบชื่อผู้แต่ง ปี เลขหน้า DOI หรือรายการอ้างอิงใช้แนวทางเดียวกันตามข้อมูลที่ผู้เขียนให้มา
- Formatting ตรวจหัวข้อ ตาราง รูปภาพ caption ระยะห่าง เลขหน้า และรูปแบบไฟล์ให้สอดคล้องกับ template หรือ author guidelines
การตรวจความสม่ำเสมอไม่เท่ากับการค้นแหล่งอ้างอิงหรือยืนยันว่าบทความอ้างข้อมูลถูกต้อง ผู้เขียนยังต้องตรวจชื่อผู้แต่ง ปีพิมพ์ DOI และความสัมพันธ์ระหว่าง citation ในเนื้อหากับรายการท้ายบทด้วยตนเอง
ข้อมูลที่ควรแนบเพื่อให้ประเมินได้ตรง
- ไฟล์บทความฉบับล่าสุด พร้อมระบุส่วนที่ต้องการตรวจ เช่น Abstract, main text, tables หรือ references
- คู่มือวารสาร template และตัวอย่างบทความที่วารสารเผยแพร่ หากมีข้อกำหนดเฉพาะ
- รูปแบบการอ้างอิงที่ต้องใช้ เช่น APA, Vancouver หรือรูปแบบเฉพาะของวารสาร
- รายการศัพท์เทคนิค ชื่อหน่วยงาน และชื่อผู้แต่งที่ต้องคงตามต้นฉบับ
- กำหนดส่งและรูปแบบไฟล์คืนที่ต้องการ เช่น DOCX พร้อม Track Changes หรือไฟล์ที่จัดหน้าแล้ว
เช็กลิสต์ก่อนส่งวารสาร
- ทุก citation ในเนื้อหามีรายการอ้างอิงท้ายบท และรายการที่ไม่ถูกอ้างถึงถูกทบทวนอีกครั้ง
- ชื่อผู้แต่ง ปี เล่ม ฉบับ หน้า และ DOI ใช้ลำดับและเครื่องหมายตามคู่มือเดียวกัน
- หัวข้อ ตาราง รูปภาพ และ caption มีหมายเลขเรียงต่อเนื่องและถูกอ้างถึงในเนื้อหา
- British English หรือ American English ถูกเลือกไว้แบบเดียวกันทั้ง manuscript
ดู ขอบเขตงานรับตรวจภาษาอังกฤษงานวิจัย หากต้องการเน้นภาษา หรืออ่าน ขอบเขตงานรับตรวจบทความก่อนส่งวารสาร และ บริการจัดรูปแบบเอกสาร เพื่อสอบถามขอบเขตเพิ่มเติม

